ลูกค้าตกใจ เจอป้ายร้านค้ารับคนละครึ่ง แต่พอเห็นข้อความแล้วตกตะลึง คนละครึ่งได้แต่ขอบวกเพิ่ม

เป็นอีกหนึ่งโครงการของรัฐที่สร้างความฮือฮาให้กับสังคมไทยเราเป็นอย่างมาก นิยมแค่ไหนก็ต้องบอกว่าตอนนี้โครงการเดินทางเข้าสู่เฟสที่ 5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับโครงการคนละครึ่งที่ผู้บริโภคจ่ายครึ่งหนึ่งรัฐจ่ายให้อีกครึ่งหนึ่ง แต่ละวันไม่เกิน 150 บาท แม้จะเป็นจำนวนเงินที่ไม่ได้สูงมากมายอะไร แต่มันก็ทำให้ผู้มีรายได้น้อยหลายๆคนสามารถจะใช้ได้เป็นอย่างดี

แต่กลับกลายเป็นว่าอยู่ๆโครงการนี้ก็มีเรื่องดราม่าให้ได้เห็นกันอยู่บ่อยๆไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งตอนนี้เรื่องราวที่กำลังถูกวิพากวิจารณ์กันอย่างมากก็เห็นจะเป็นป้ายประกาศของทางร้านค้าแห่งหนึ่งที่ถูกสังคมออนไลน์พูดถึงกันอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน ก็คือป้ายประกาศเกี่ยวกับการใช้งานคนละครึ่งของทางรัฐนั่นเอง

ป้ายดังกล่าวถูกระบุข้อความเอาไว้ว่า “ใช้คนละครึ่ง บวกเพิ่ม 20 เปอร์เซ็น สูงสุด 50 บาทจึงเรียนมาเพื่อทราบ” กลายเป็นว่าลูกค้าที่มีความประสงค์จะใช้งานระบบคนละครึ่งของรัฐสำหรับร้านดังกล่าว จะต้องถูกบวกราคาสินค้าเพิ่มไปอีก 20 เปอร์เซ็นต์ แต่สูงสุดไม่เกิน 50 บาท เช่นสินค้ามีราคา 100 บาท ก็จะกลายเป็น 120 บาท นั่นเอง

เรื่องดังกล่าวกลายมาเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในสังคมออนไลน์ ว่าแท้จริงแล้วการกระทำเช่นนี้มันถูกต้องหรือไม่ ซึ่งต้องบอกว่าไม่ได้เป็นกันอย่างนี้ทุกร้านทั่วไป เราจะเห็นเพียงบางร้านเท่านั้นที่มีพฤติกรรมดังกล่าว

โดยเอาเข้าจริงแล้วมันเป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ได้นั้นอันนี้ก็ต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายกฏหมายหรือเจ้าหน้าที่เขาจะพิจารณาเอา แต่หากพูดถึงความเหมาะสมแล้วมันก็เป็นอะไรที่ไม่เหมาะสมอย่างมากที่จะทำ เพราะโครงการคนละครึ่งนั้นออกแบบมาเพื่อที่จะช่วยประชาชนในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆในแต่ละวัน แต่หากว่าร้านค้ามาใช้วิธีการบวกเพิ่มอย่างนี้ดูเหมือนมันจะไม่สมควรสักเท่าไหร่

ซึ่งมีการพูดไปถึงในเรื่องของการเสียภาษีไปด้วยเลยนั่นเอง หรือทางร้านอาจจะกำลังพยายามเลี่ยงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภาษีอยู่หรือไม่ อันนี้ก็เป็นคำถามที่ตั้งเอาไว้และน่าคิดมากเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้วหากใครที่เจอป้ายประกาศติดเอาไว้อย่างนี้ ท่านก็มีสิทธิที่จะพิจารณาเอาเองก่อนในเบื้องต้นว่าจะตัดสินใจใช้บริการหรือซื้อสินค้าดีหรือไม่ เพราะอย่างไรก็ตามเมื่อเขาติดป้ายมาได้ แต่เราก็มีสิทธิจะตัดสินใจ เพราะเงินที่จะใช้มันเป็นของเราเอง

ที่มา ผู้บริโภค

About the author