สาวทนไม่ไหว กระเบื้องเดิมเดินไม่ได้เจ็บเท้ามาก ตัดสินใจเปลี่ยนใหม่เป็นแบบยาง ผลที่ได้ถูกใจมากจริงๆ

พื้นบ้านนั้นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้บ้านของเราดูสวยงามขึ้นได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการปูด้วยกระเบื้องแบบแกรนิต หรือแม้แต่เซรามิคก็ตาม แต่ก็ต้องบอกว่ามีเจ้าของบ้านหลายท่านเหมือนกันที่พอใช้งานกระเบื้องเหล่านี้ไปนานๆเข้า ก็จะเริ่มรู้สึกว่าเท้าของตัวเองนั้นจะเจ็บขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นส้นเท้าของเราจะเริ่มเจ็บและแตกเป็นลาย แถมยังทำให้ฝ่าเท้าเราเย็นเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพของตัวเราเองเลย โดยเฉพาะบ้านไหนมีผู้สูงอายุด้วยแล้วล่ะก็น่าเป็นห่วงจริงๆ

ซึ่งหลายคนก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการสวมใส่รองเท้าที่เอาไว้ใช้สำหรับเดินภายในบ้าน แต่ยอมรับกันตรงๆเถอะว่าน้อยคนนักที่จะใช้รองเท้ากันอยู่เป็นประจำ บางครั้งมันก็เร่งด่วนและมีหลงๆลืมๆกันบ้างอยู่ดี เหมือนกับหญิงสาวเจ้าของบ้านท่านนี้ ที่ประสบกับปัญหาเย็นเท้าและเจ็บส้นเท้าอย่างมากเวลาเดินภายในบ้านตัวเอง

วันนี้เธอเลยตัดสินใจเปลี่ยนพื้นกระเบื้องภายในบ้านตัวเองหมดทั้งหลัง ซึ่งเป็นกระเบื้องเหมือนกันแต่เป็นแบบกระเบื้องยางคลิ๊กล็อก ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ เพราะด้วยความที่มันเป็นยางก็เลยทำให้เดินแล้วนุ่มสบายเท้าเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ค่อยทิ้งคราบสกปรกจากการเดินเอาไว้ให้เห็น มองแล้วพื้นบ้านจะดูสะอาดตาอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญปัญหาการเจ็บเท้าและเย็นเท้าก็ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ

และสำหรับใครที่กังวลเรื่องสภาพพื้นผิวของกระเบื้องยางนั้นว่าเป็นอย่างไร กลัวว่าจะเดินแล้วลื่นหรือไม่นั้น อันนี้สาวเจ้าของบ้านเขายืนยันเลยบอกว่าไม่ลื่น และเดินนุ่มสบายเท้าเป็นอย่างมาก ที่สำคัญไปกว่านั้นการติดตั้งก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพราะไม่ต้องรื้อพื้นกระเบื้องเดิมออกมาแต่อย่างใด สามารถให้ช่างปูทับลงไปได้เลย

ในส่วนของราคานั้นก็มีให้เลือกมากมายหลายแบบหลายลาย เราสามารถที่จะค้นหาช่างและผู้ขายได้ทางออนไลน์ง่ายๆ หรือหากใครมีเวลาก็ไปเดินดูตามห้างสรรพสินค้าเกี่ยวกับของแต่งบ้านทั่วไป ทั้งค่าของค่าแรงช่างนั้นก็อยู่ที่ราคาจับต้องได้อย่างแน่นอน

สังคมออนไลน์หรือเจ้าของบ้านท่านไหนที่ประสบปัญหาเดียวกันกับเจ้าของโพสต์แล้วล่ะก็ สามารถจะดูเอาไว้เป็นแนวทางและหนทางแก้ไขได้ ยิ่งหากเรามีผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ร่วมกันด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้กระเบื้องยาง เพราะจะช่วยให้พวกท่านเหล่านั้นไม่เย็นเท้าและก็เดินไม่เจ็บเท้าอีกต่อไป

ที่มา Bessy Sirikun