หนุ่มหลับลึก ลมพัดแรง เต็นท์แทบพัง ยังนอนต่อเฉย

ช่วงเวลาโควิดอย่างนี้การได้ออกไปเที่ยวพักผ่อนในที่ที่ห่างไกลจากสังคมเมืองซะบ้างก็เป็นอะไรที่ดีอย่างหนึ่ง นอกจากจะได้ผ่อนคลายความตึงเครียดกับเศรษฐกิจและโควิดที่กำลังลุกลามใหญ่โต ก็ยังถือว่าเป็นการเพิ่มพลังกายและใจไปในตัว ให้มีแรงที่จะออกไปสู้กับปัญหาอื่นๆได้ต่อไป เพราะฉะนั้นใครที่ชื่นชอบในการออกไปกางเต็นท์พักผ่อนตามสถานที่ธรรมชาติ ก็ขอบอกเลยว่าช่วงนี้เป็นอะไรที่แจ่มที่สุดแล้ว เพราะอากาศที่กำลังหนาวเย็นสบายๆ และมีลมพัดแผ่วเบา จัดได้จัดกันเลยนะ

แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ค่อนข้างที่จะเป็นช่วงที่มีลมกระโชกแรงอยู่พอสมควร เมื่อสังคมออนไลน์ได้มีการโพสต์เหตุการณ์ที่หนุ่มคนหนึ่งได้ไปท่องเที่ยว และนอนกางเต็นท์นอนอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งอย่างสบายใจ โดยไม่สนว่าโลกจะเป็นอย่างไร แต่ด้วยความบางเบาของเจ้าเต็นท์คู่ใจมันก็ถูกพลังของลมพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง แถมรู้สึกจะเป็นแค่เต็นท์ของเจ้าหนุ่มคนนี้จริงๆ เพราะเต็นท์คนอื่นดูเหมือนจะแข็งแรงพอสมควร ไม่หวั่นไหวไปกับลมแรง

แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดคือลมแรงขนาดนี้ พัดจนเต็นท์แทบจะหลุดลอยออกไปไกล แต่ทำไหมหนุ่าเจ้าถึงยังคงนอนอยู่ได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย อย่างนี้สินะที่เขาเรียกว่าการหลับลึก ไม่รู้จะลึกไปไหนหรือจะลึกสุดใจกันไปเลย แต่จากในภาพต้องขอชื่นชมรากฐานของการติดตั้งเต็นท์พอสมควร เพราะไม่ว่าลมจะแรงแค่ไหน แต่รากฐานที่มั่นคงนั้นสามารถจะเอาอยู่เลยทีเดียว

ก็มีแต่เพียงโครงสร้างด้านบนเท่านั้นที่พัดลอยไปลอยไป ทับเจ้าของเต็นท์ที่นอนหลับอยู่ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่พ่อคุณคนนี้ก็ไม่ตื่นค่ะ ยังคงนอนหลับต่อได้อย่างหน้าตาเฉย สงสัยคงต้องรอให้เต็นท์พังปลิวออกไปทั้งหลังก่อนล่ะมั้งถึงจะลุกขึ้นมาได้ คนอย่างนี้ก็มีด้วยนะจ้า

สังคมออนไลน์แสดงความคิดเห็นหลังจากได้ชมคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว ต่างพากันกดไลท์กดแชร์กันเป็นหมื่นเป็นพันภายในระยะเวลาเพียง 4-5 ชม.เท่านั้น ต่างก็บอกกันว่าให้คนที่ถ่ายคลิปไว้ไปเปิดเต็นท์ดูหน่อย ไม่รู้ว่าคนในเต็นท์ยังหายใจอยู่รึเปล่า ถ้าลมเป่าขนาดนี้แล้วยังนอนนิ่งได้หน้าตาเฉยเลย

แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจตามสถานที่ธรรมชาติ ที่มีผู้คนไม่แอร์อัดก็เป็นอะไรที่ตอบโจทย์กับช่วงโควิดอย่างนี้จริงๆ เอาไว้มีแรงพลังแล้วค่อยกลับมาสู้ต่อกับชีวิตในวันข้างหน้า ขอให้เหตุการณ์โควิดหมดไปจากประเทศไทยโดยเร็วด้วยเถอะ ชาวบ้านจะได้กลับมาทำมาหากินกันต่อไปได้อีก

ที่มา Parichat Pongloe

About the author