เด็กชายทนไม่ไหว จะปั่นจักรยาน ไปหาแม่ที่กรุงเทพ

ชีวิตของคนเรานั้นมันไม่แน่ไม่นอน เมื่อตอนรักกันใหม่ๆอะไรมันก็ดูดีไปซะหมด แต่สุดท้ายด้วยเหตุผลมากมายไม่ว่าจะอะไรก็ตาม สุดท้ายต้องแยกจากกันแต่ด้วยเพราะมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกน้อยที่ต้องร่วมกันเลี้ยงดู มันก็คือความรับผิดชอบที่ต้องช่วยกันไป แต่ก็ยังมีอีกหลายครอบครัวที่มันไม่ได้สวยหรูและโปรยด้วยกลีบกุหลาบ และเมื่อมันถึงจุดที่แม้แต่ลูกก็ทนไม่ไหวแล้วสุดท้ายต้องตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงอีกครั้งในสังคมอไทย เมื่อคุณครูสาวคนหนึ่งได้บังเอิญไปเจอเด็กนักเรียนชายที่กำลังปั่นจักรยานอยู่ริมถนนอยู่เพียงลำพัง ซึ่งนั้นมันเป็นช่วงเวลากลางคืนอีกต่างหาก แต่ทำไมน้องมาปั่นจักรยานอยู่คนเดียวอย่างนี้ ด้วยความสงสัยและกังวลจึงได้หยุดสอบถามเด็กคนดังกล่าวทันที และสิ่งที่ได้รับฟังมันเป็นอะไรที่สะเทือนใจคนเป็นครูอย่างมาก

เด็กคนดังกล่าวได้เล่นให้ครูสาวฟังว่า ที่ตนเองกำลังปั่นจักรยานอยู่นี้ตนจะปั่นไปกรุงเทพเพื่อจะไปหาแม่เพราะคิดถึงแม่มาก ทำเอาครูสาวตกใจนี่เด็กจะปั่นจักรยานจากจังหวัดศรีสะเกษไปถึงกรุงเทพมหานครเลยเหรอ เด็กบอกว่าใช่และไม่รู้ว่ามันไกลแค่ไหนแต่จะปั่นไปหาแม่ให้ได้ สิ่งนั้นยิ่งทำให้ครูสาวรู้สึกว่าจะปล่อยเด็กไปอย่างนี้ไม่ได้เพราะมันเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง

และเมื่อถามไปถามมาเด็กบอกว่าพ่อกับแม่ของน้องนั้นแยกทางกันแล้วตัวน้องเองอยู่กับพ่อและยาย แต่ด้วยพ่อนั้นมีอาการป่วยเป็นซึมเศร้า ตนเองโดนพ่อดุเป็นประจำจนตัวเองรู้สึกทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว คิดถึงแม่มากอยากจะไปหาแม่ รู้แค่ว่าแม่อยู่กรุงเทพแต่ไม่รู้อยู่ตรงไหนของกรุงเทพ จะปั่นจักรยานไปหาแม่ ครูสาวได้ยินอย่างนั้นจึงได้รีบโพสต์ภาพดังกล่าวลงสังคมออนไลน์ เพื่อประกาศตามหาญาติพี่น้องผู้ปกครองให้มารับตัวกลับ

จากนั้นไม่นานก็มีกลุ่มญาติๆเดินทางมาถึงจุดที่เจอน้อง และขอบคุณครูสาวเป็นอย่างมากที่ช่วยดูแลไว้ไม่ให้น้องเดินทางไปต่อ เพราะอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้ ญาติๆต่างอธิบาเรื่องราวต่างๆอีกครั้งให้ครูสาวฟังก่อนจะพาเด็กนั้นไปนั่งทานอาหารเพราะเด็กหิวมากๆ ต่างคนต่างช่วยกันปลอบโยนจิตใจเด็กน้อยที่น่าสงสารเพื่อไม่ให้คิดมาก

สังคมออนไลน์ชื่นชมสิ่งที่ครูสาวได้ทำในวันนี้ เพราะหากว่าครูไม่เจอน้องและต่อให้เจอน้องและไม่ฉุกคิดที่จะหยุดสอบถามและหยุดน้องเอาไว้ ไม่รู้ว่าการเดินทางด้วยจักรยานต่อไปในยามค่ำคืนจะเกิดอะไรขึ้นกับน้องบ้าง ต้องขอบคุณครูสาวคนนี้อย่างมากที่มีจิตใจแห่งความเมตตาและสงสารในตัวเด็ก สวยทั้งกายและใจแถมมีจิตใจแห่งความเป็นครูหรือพ่อแม่คนที่สองอย่างเต็มเปี่ยม

ที่มา Sirimon Bow Thongsuknok

About the author