เจ้าของโกดังอธิบาย ไม่ได้ทำเพื่อประชดใคร แค่อยากให้มาร่วมบุญ

เพิ่งจะกลายเป็นกรณีที่สังคมออนไลน์พูดถึงกันเป็นอย่างมาก หลังจากที่ได้มีการโพสต์ภาพที่น่าขนลุกของหลังคาโกดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่ได้มีการนำเอาป้ายผ้าใบหรืไวนิลขนาดใหญ่เอาไว้บนหลังคา ซึ่งปรากฏข้อความและภาพที่ทำเอาคนที่อาศัยอยู่บนคอนโดหรูด้านหลังโกดังแห่งนั้นถึงกับต้องหลอนกันไปตามๆกัน เพราะหากใครที่อาศัยอยู่บนคอนโดนั้นยิ่งสูงเท่าไหร่เมื่อมองลงมาก็จะเห็นภาพจากป้ายของโกดังดังกล่าวอยู่ทุกวัน

ซึ่งในภาพก็จะเป็นภาพของผีพร้อมกับข้อความไปสู่ที่ชอบ และในก่อนหน้าของภาพนี้ก็จะมีภาพของโถส้วมและโลงซึ่งปรากฏข้อความว่าบริจาคโลงให้เจ้ากรรมนายเวน ก่อนจะมีข้อความที่ดูเหมือนว่าจะเป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมดก็คือรากฐานของโกดังนั้นถูกทำลายจากการที่คอนโดดังกล่าวมาสร้างอยู่ด้านหลัง และเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องเรียกค่าชดใช้กัน

ทีมงานข่าวได้มีการลงไปตรวจสอบข้อมูลว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไรกับเจ้าของโกดังดังกล่าว และก็ได้รายละเอียดมาว่าโกดังนี้ถูกสร้างเอาไว้หลังปั้มซึ่งจู่ๆก็มีโครงการของคอนโดชื่อดังมาลงหลักปักฐานและทำการก่อสร้างจนเป็นเหตุให้รากฐานของโกดังด้านหลังนั้นทรุดตัวและพัง โดยเจ้าของโกดังบอกว่าแต่ก่อนนั้นตัวเขาเองได้ปล่อยเช่าโกดังดังกล่าวอยู่ราวๆ 3 แสนบาทต่อเดือน ก่อนที่จะมีคอนโดดังกล่าวมาก่อสร้าง

แต่พอรากฐานนั้นพังไปก็ไม่มีใครคิดจะมาเช่าต่อ แถมยังถูกให้เจ้าหน้าที่รื้อถอนโกดังดังกล่าวออกเพราะหวั่นอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้คน ตนเองก็เลยต้องไปแจ้งความร้องทุกข์กับคอนโดหรูดังกล่าวเพื่อให้มาชดใช้สิ่งที่ทำเอาไว้ ซึ่งยังตกลงเรื่องของเงินค่าชดใช้ไม่ลงตัวจนเป็นเหตุให้คดีต้องขึ้นสู่ชั้นศาล ตนเองก็เลยต้องยอมไปตามนั้น

และด้วยความที่ตนเองไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยไปทำป้ายไวนิลขึ้นมากางเอาไว้บนหลังคา แต่ก็ไม่ได้จะว่าใครหรือประชดอะไรใครหรอกนะ ก็ต่างคนต่างอยู่ใครอยู่ได้ก็อยู่ไปตนเองก็แค่จะกางเอาไว้ชวนกันให้มาทำบุญบริจาคโลง และก็อุทิศส่วนกุศลให้ทุกคนที่อยู่บนคอนโดก็แค่นั้น ส่วนใครจะไปคิดอะไรยังไงมันก็เรื่องของเขา

แต่ก็อย่างว่าสังคมออนไลน์ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเช่นเคยและก็รู้แหละว่าเจ้าของโกดังหมายถึงใคร แต่ก็นะเข้าใจเจ้าของโกดังเขาเพราะอยู่ดีๆก็ต้องมาทุบโกดังเก่าของตัวเองทิ้ง โดยที่ตัวเองไม่ได้ผิดอะไรเลย เป็นใครก็คงต้องหาที่ระบายอะไรสักอย่าง แต่ว่าการกางผ้าใบไว้บนหลังคานี่เป็นไอเดียที่บอกเลยว่าเด็ดมาก ไม่คิดเลยว่าจะมีใครกล้าทำขนาดนี้

ที่มา Kantaphat Non,Parkpoom Preekarn, เกรียงไกร สุขเสงี่ยม

About the author