หนุ่มดีใจ ได้ที่จอดใต้ต้นไม้ใหญ่ รถจะได้ไม่ต้องโดนแดด เกมส์เลย

การเดินไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวหรือติดต่องานธุรกิจ แน่นอนว่าเมืองไทยเราเป็นเมืองร้อนหากขับรถไปจอดที่ไหนก็มักจะพยายามมองหาจุดจอดที่ร่มที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหลังคาหรือว่าต้นไม้ใหญ่ที่พอจะให้ร่มเงากับรถเราได้ เพราะหากจอดตากแดดเอาไว้ก็กลัวว่าสีรถจะพังซะก่อน แต่หารู้ไม่ว่าไม่ได้มีแค่แสงแดดของพระอาทิตย์เท่านั้นที่น่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าแสงอาทิตย์มันอยู่ใต้ต้นไม้นั่นแหละ

สำหรับหลายคนที่เคยโดยมาก่อนก็คงจะไม่ต้องบอกว่ามันคืออะไร แน่นอนว่ามันคือมูลขับถ่ายของกลุ่มนกที่อาศัยอยู่บนต้นไม้เหล่านั้นนั่นเอง ซึ่งเป็นธรรมดาว่าการจอดรถอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่จะช่วยในเรื่องของร่มเงาที่จะสามารถบดบังแสงแดดที่ร้อนแรงเอาไว้ได้ รถเราก็จะไม่ถูกแสงแดดแผดเผาจนทำให้สีซีดจาก หรือบางครั้งเราไปซื้อของมาจากห้างและบางอย่างมันโดนแดดหรือความร้อนมากไม่ได้ ก็พยายามจะจอดรถหลบแดดเอาไว้ เพื่อจะลงไปทำธุระ

แต่สุดท้ายการตัดสินใจที่หวังดีต่อตัวเองและรถของตัวเองก็กลายเป็นความผิดพลาด เมื่ออย่างที่บอกไปต้นไม้ใหญ่เป็นสิ่งที่บรรดานกทั้งหลายชอบมาเกาะและทำรังหรือแม้กระทั่งขับถ่ายลงมาอยู่เป็นประจำ เหมือนอย่างเช่นกรณีของหนุ่มรถเก๋งรายนี้ที่ได้โพสต์ภาพลงในสังคมออนไลน์ หลังจากดีใจที่ได้จอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะมันมีร่มเงา แต่หลังจากลงไปทำธุระแค่ไม่นานพอเดินกลับมาที่รถจะกลับบ้าน ก็ต้องตกใจกับสภาพรถที่ได้เห็น

กลายเป็นว่างานนี้หนีเสือปะจระเข้เข้าเต็มๆ แดดนั้นกลับไม่น่ากลัวเท่ามูลนกที่หล่นลงมา เพราะมันสามารถจะทำให้สีรถของพวกเรานั้นมีสภาพเป็นรอยด่างได้เลยทีเดียว หากรีบนำมาล้างทำความสะอาดแต่เนิ่นๆก็อาจจะพอช่วยได้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งและยิ่งมีแดดแรงๆมันยิ่งจะกัดกร่อนเข้าไปถึงชั้นสีรถเลยทีเดียว งานนี้มีหวังหากไม่รีบแก้ไขได้ทำสีรถใหม่ทั้งคันแน่นอน

สังคมออนไลน์หลังได้เห็นสภาพของรถเก๋งของเจ้าของโพสต์ต่างแสดงความคิดเห็น แน่นอนว่าต้องบอกให้รีบไปล้างออก เพราะหากปล่อยไว้งานเข้ายิ่งกว่าโดนแดดเผารถอย่างแน่นอน และนี่ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนราคาแพงของเจ้าของรถคันดังกล่าว และน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้สำหรับใครอีกหลายคนที่พยายามจะมองหาที่จอดรถร่มๆ โดยเฉพาะที่เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ อย่าคิดว่าจะปลอดภัยไปซะทุกอย่าง

ทั้งนี้การจอดรถในที่ร่มควรจะเน้นเป็นหลังคาซะมากกว่า เพราะอย่างน้อยๆ น้องนกก็ทำได้แค่บินผ่าน อาจจะมีหลงเหลือหล่นลงมาบ้าง แต่ก็คงไม่เท่าการจอดรถเอาไว้ใต้ต้นไม้ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของการทำลายล้างเลยทีเดียว เพราะบอกเลยอย่างนี้ทีปัดน้ำฝนก็เอาไม่อยู่ ต้องเข้าศูนย์ล้างรถคาร์แคร์อย่างเดียวเลยจ้า

ที่มา Arreedung Godung Padungbezar

About the author